N A P A N - SHAKE CHECK CHECK [HYH LOCAL PICK]

NAPAN 597.jpg

งานอาร์ตอันหลากหลายของ N A P A N ในผลงานอัลบั้มเดี่ยว ‘Shake Check Check’

N A P A N หรือ ณป่าน พิชัยกุล คือ มือกีตาร์จากวง Hariguem Zaboy (ฮาริกึ่ม ซาโบ้ย) และ Scoutland ที่ได้มาทำไซด์โปรเจ็คเป็นผลงานอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกของตัวเองในชื่อ Shake Check Check ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ไม่มีรูปแบบแนวดนตรีตายตัวและมีความ experimental ค่อนข้างสูง มีจุดประสงค์เพื่อสำรวจแนวเพลงที่เจ้าตัวสนใจ โดยงานนี้ณป่านเป็นทั้งผู้เรียบเรียงรวมถึงเขียนเพลงเองทั้งหมดอีกด้วย ถ้าจะให้พูดรวมๆ อัลบั้มนี้ก็คงจะเป็นดนตรีแนวอินดี้ป๊อปผสมกับความเป็น shoegaze และ lo-Fi ที่ผู้ฟังจะได้ยินเสียงกีต้าร์อันอื้ออึงประกอบกับเสียงรบกวนแทรกไปพลางๆ ขณะที่ฟัง นอกจากนี้เขายังได้แน็ตกับเต๊นท์ จากวง Summer Dress มาช่วยในเรื่องการมิกซ์และบันทึกเสียง และยังได้ Carl Saff แห่ง Saff Mastering (mastering engineer จากชิคาโกที่เคยมาสเตอร์ริ่งให้กับ Hariguem Zaboy มาแล้วในอัลบั้ม John Young Sandwich) มาช่วยในเรื่องของมาสเตอร์ริ่งให้กับอัลบั้มนี้อีกด้วย

เรียกได้ว่าวง Hariguem Zaboy จากค่าย Flaxxist Records นั้นเป็นหนึ่งในวงไทยที่บุกเบิกการทำดนตรีนอกกระแส ซึ่งพวกเขาจะเป็นที่รู้จักในฐานะวงดนตรีสาย dream pop และ shoegaze ที่ได้ปล่อยผลงานออกมาแล้ว 3 อัลบั้ม ได้แก่ Thick Mink, Kart และ John Young Sandwich โดยเพลงส่วนใหญ่เน้นการใช้เสียงอันดังกระหึ่มของริฟกีตาร์สอดประสานไปกับเครื่องซินธิไซเซอร์ที่ให้ความรู้สึกฟุ้งๆ ลอยๆ ในขณะที่เสียงของคนร้องจะเบากว่าหรือแทบจะถูกกลบไปในพื้นหลังเลยหากไม่ได้ตั้งใจฟังดีๆ ซึ่งในส่วนอัลบั้มเดี่ยวของณป่านนั้นก็จะมีความคล้ายคลึงกันบ้าง หากแต่ลักษณะดนตรีอาจจะไม่ถึงกับมีความสุดเหวี่ยงพุ่งพล่านเท่าแบบของทางวงนั่นเอง

อัลบั้ม Shake Check Check ประกอบไปด้วย 14 แทร็คที่มีความยาวรวมทั้งหมดเกือบ 37 นาที และด้วยความที่อัลบั้มชุดนี้เป็นการอัดผ่านเครื่องเล่นเทป 4 แทร็ค ทำให้ได้ซาวด์แบบ lo-fi ซึ่งจะเป็นดนตรีในแบบที่มีความดิบ เต็มไปด้วยเสียงรบกวนและความไม่เฟอร์เฟ็ค แถมเนื้อร้องส่วนใหญ่ก็ยังถูกกลบอยู่ใต้เสียงกรีดร้องของเครื่องดนตรีเป็นซะส่วนใหญ่ การเลือกที่จะอัดเพลงแบบนี้มันก็สามารถให้ความรู้สึกทางอารมณ์ในอีกมิติหนึ่งที่ต่างออกไปได้เหมือนกัน ซึ่งพอได้ลองฟังไปแล้วกลับให้ความรู้สึกมีสเน่ห์ เข้ากับซาวด์กีตาร์และเสียงซินธิไซเซอร์ได้ลงตัวอย่างน่าประหลาด ถือว่าเป็นจุดขายอย่างหนึ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยทีเดียว

เปิดอัลบั้มมากับแทร็คแรก “Shake Check Check” ด้วยเสียงร้องของเด็กทารกและเสียงเครื่องดนตรี เล่นเอาผงะไปเลยตั้งแต่วิแรก แต่ถัดมานี่สิคือของจริงกับ “Tiger Ghost” เนื้อเพลงเหงาๆ เศร้าๆ ที่ถูกร้องประสานเบาๆ ไปกับเสียงกีตาร์อะคูสติก ตามมาด้วย “โลกวุ่นวาย” ที่เพิ่มกีต้าร์ไฟฟ้ากับเสียงกลองเข้ามา สร้างความมืดมัว อื้ออึง แต่คงโทนความเบาสบายเอาไว้ และเสียงร้องยังคงถูกกลืนอยู่ในพื้นหลังของเสียงดนตรีอยู่ ในขณะที่ “War Frog” นั้นแตกต่างออกไปด้วยการใส่องค์ประกอบของเสียงนกร้องที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกราวกับได้เข้าไปในโลกที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ แต่ไม่นานก็ถูกดึงกลับมาที่ซาวด์กีต้าร์อันหนักหน่วง แตกซ่าน คู่กับเสียงร้องที่พร่ามัวแต่สามารถสร้างความนุ่มลึกมากขึ้นให้กับดนตรีในเพลง “Radio Oho” กับ “สักแต่ว่า” ซึ่งผลลัพธ์เป็นอะไรที่น่าพึงพอใจเพราะทำนองเพลงมีความเมามันส์พอตัว ทำให้อดไม่ได้ที่จะโยกหัวไปตามจังหวะ และ “ไปกับฉัน” เพลงสุดท้ายของ Side A ที่มีความช้าลงนิดหน่อยที่มีการเพิ่มบีทและแอมเบียนต์เป็นเสียงพูดคุยซ้อนอยู่ข้างหลัง 

มาต่อกันที่เพลงเบาๆ อีกเพลงจาก Side B อย่าง “ทำเป็นอยู่คนเดียว” ซึ่งบรรเลงด้วยอะคูสติกกีตาร์ที่พูดได้ว่าเป็นแทร็คที่มีความชัดเจนของทั้งดนตรีและเนื้อร้องมากที่สุดในอัลบั้มเลย ต่อมา “ร้องในใจx” เป็น skit การซ้อมที่ยังไม่สมบูรณ์เวลา 2 นาที ตามมาติดๆด้วย “ร้องในใจ” เวอร์ชั่นจริงที่มีทีเด็ดเป็นการสาดลีดกีต้าร์ในตอนกลางเพลง “Mike Tyson” ถ้าให้เดาก็น่าจะมาจากนักมวยชาวอเมริกันเจ้าของฉายา “The Baddest Man on the Planet” ในแทร็คนี้ให้ความรู้สึกยานค้างแต่ยังคงความหนักหน่วงไว้ ในทางกลับกัน 3 เพลงสุดท้ายที่เหลือเป็นการปรับเปลี่ยนจังหวะและเพิ่มมิติเข้าไปในเสียงเพลง มีการตัดท่อนร้องออก เริ่มจากการการชิฟอย่างรวดเร็วในแทร็คสั้นๆ ช้าๆ อย่าง “Rain Home” ตามด้วย “Short Love Story” และส่วนในแทร็คสุดท้ายใช้ชื่อว่า “My 1st Track” ณป่านก็ได้จัดลีดกีต้าร์ไฟฟ้าสุดว้าวเข้าไปในตอนท้าย นับว่าเป็นการจากลากันไปได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว ยังไม่หมดแค่นั้น นอกจากการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านทางศิลปะด้านดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาแล้ว ณป่านยังได้ออกแบบอาร์ตเวิร์คหน้าปกของอัลบั้ม และสมุด Zine ที่เขาวาดภาพประกอบเนื้อและเพลงไว้ เป็นไอเดียที่พวกเราชอบมากเพราะว่ามันคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่ได้ฟังดนตรีดีๆ พร้อมกับดูเนื้อเพลงและภาพประกอบไปพลางๆ อีกแล้วล่ะ!



 

THE LATEST

Previous
Previous

LGBTQ+ Movement & Rock Music in the 60s-70s

Next
Next

BENNY SINGS X PHUM VIPHURIT| INTERVIEW VIDEO