#HYHTHROWBACK : Slowdive

ครบรอบ 2 ปีโชว์เดี่ยวครั้งแรกของ Slowdive ในกรุงเทพฯ ค่ำคืนที่รวมชาวแฟนชูเกซไว้ด้วยกันที่ Voice Space ทั้งแฟนๆรุ่นใหม่และแฟนรุ่นเก่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เสียงเพลงและผู้คนในคืนนั้นก็ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ

การกลับมาของ Slowdive กับโชว์เดี่ยวครั้งแรกในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2023 ถือเป็นการมาเยือนประเทศไทยครั้งที่สองของวง หลังจากที่เคยสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมในครั้งแรกที่ Maho Rasop Festival ปี 2019

ค่ำคืนที่ Voice Space ในวันนั้นเต็มไปด้วยแฟนเพลงที่มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง ทั้งแฟนรุ่นเก่าที่ติดตามวงมาตั้งแต่ยุคแรก และแฟนรุ่นใหม่ที่เพิ่งได้สัมผัสเสน่ห์ของดนตรี shoegaze ของวงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การแสดงครั้งนี้ยังตรงกับช่วงการทัวร์อัลบั้มใหม่ของวง ทำให้หลายคนต่างตั้งตารอที่จะได้ฟังบทเพลงจากผลงานล่าสุดจากอัลบั้ม ‘Slowdive Everything Is Alive’ และผลงานจากจากอัลบั้มในตำนานของวงที่กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง

ไม่นานหลังจากเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแสดงก็ถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงพลังของดนตรีและฐานแฟนเพลงที่ยังคงเหนียวแน่นของวง แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ กับเสียงกีตาร์ที่ล่องลอยและบรรยากาศชวนฝันแบบฉบับของ Slowdive ก็ยังคงดึงดูดผู้คนให้กลับมารวมตัวกันได้เสมอ

Slowdive ถือกำเนิดขึ้นในปี 1989 ที่เมือง Reading, Berkshire ประกอบไปด้วย Rachel Goswell (ร้องนำ, กีตาร์, คีย์บอร์ด), Neil Halstead (ร้องนำและกีตาร์), Christian Savill (กีตาร์), Nick Chaplin (เบส), และ Simon Scott (กลอง)

สมาชิกแต่ละคนร่วมกันในการปลุกปั้นอัลบั้มแรก ‘Just for a Day’ (1991) และทำให้วงมีบทบาทสำคัญที่ทำให้กระแสของแนวดนตรีชูเกซเป็นที่นิยมในสหราชอาณาจักรช่วงยุค 90s จนในเวลาสองปีต่อมา พวกเขาก็ปล่อยอัลบั้ม ‘Souvlaki’ ที่แม้ในช่วงแรกจะได้รับคำวิจารณ์แตกต่างกันไป แต่ภายหลังสื่อหลายสำนักได้ยกให้อัลบั้มนี้เป็นสุดยอดผลงานของยุค 90s และขึ้นหิ้งอัลบั้มชูเกซคลาสสิกที่ทุกคนต้องฟัง แต่หลังจากที่ปล่อยอัลบั้มชุดที่ 3 เมื่อปี 1995 วงก็ตัดสินใจแยกทางกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะกลับมารวมตัวครบทุกคน

ไม่มีใครคาดคิดว่าในอีกหลายสิบปีต่อมาวงจะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในวงดนตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาลอีกวงหนึ่งของโลก แม้พวกเขาจะห่างหายไปแต่ผลงานของ Slowdive ก็สร้างแรงบันดาลใจให้อีกหลาย ๆ วงในเวลาต่อมาทั้ง DIIV, Deerhunter, Tame Impala, Grizzly Bear, Unknown Mortal Orchestra, The 1975 และ Whirr ซึ่งกลายเป็นปฏิกิริยาที่ทำให้กระแสเพลงดรีมป๊อปชูเกซกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน

ในปี 2014 วงก็ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเพลงเมื่อพวกเขากลับมาประกาศรวมตัวกันอีกครั้งและประกาศทัวร์ในหลาย ๆ ประเทศ 

แล้วในสามปีให้หลัง Slowdive ความฝันของแฟน ๆ ก็เป็นจริงเมื่อพวกเขาปล่อยอัลบั้ม ‘self-titled‘ ออกมา นับเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปีที่ทุกคนได้รับฟังผลงานใหม่จากพวกเขา จนเมื่อเดือนกันยายน 2023 นี้เองที่วงปล่อยผลงานชุดที่ 5 ‘Everything Is Alive’ ที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่คำวิจารณ์และยอดขายทั่วยุโรปและสหราชอาณาจักร โดยงานชุดนี้มีเพลงโดดเด่นอย่าง “Kisses”, “Skin In The Game”, “Shanty” และ “The Slap.”


Next
Next

#HYHPLAYLIST : New Year, Repeating Old Songs